สนใจจะขายรถยนต์ติดต่อเรา เราเป็นศูนย์รับซื้อรถยนต์ ที่มีเครือข่ายครอบคลุม ด้วยประสปการณ์ฺนับสิบปี รับซื้อรถยนต์ รับซื้อรถติดไฟแน้ทซ์ บิดบัญชีให้ คุยง่าย ไม่เรื่องมาก รับซื้อไม่จำกัดจำนวน ราคาสูงสุด ๆ เราทำงานไม่มีวันหยุด เพียงท่านกรอกรายละเอียดด้านล่างแล้วรอการติดต่อจากทางเรา หรือ ติดต่อสอบถามประเมินราคาได้ที่
โทร. 089-610-5694, 081-466-8100
ชื่อ-นามสกุล :
* โทรศัพท์ : *
อีเมลล์ :
*    
ยื่ห้อรถยนต์ :
* รุ่น : * ปี : *
สีรถยนต์ :
* หมายเหตุ :
*  

สาระน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์

ไม่อยาก "เบรกแตก"..ต้องอ่าน!



       ทุกคนต่างรู้ดีว่าระบบเบรกที่ดี ย่อมหมายถึงความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน แต่ในทางกลับกัน เวลาเข้าศูนย์หรือตรวจเช็ครถตามระยะ เรามักตรวจสอบเครื่องยนต์ เกียร์ และล้อ โดยมองข้ามระบบเบรกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามักไม่ใส่ใจในการเลือกน้ำมันเบรกที่ใช้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย
      
       เพราะน้ำมันเบรก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลัง เมื่อเราเหยียบเบรก แรงดันที่เหยียบจะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำมันเบรกเข้าไปในระบบห้ามล้อทั้ง 4 ล้อ ทำให้ความเร็วของรถช้าลง หรือหยุดตามแรงกดที่ต้องการ ซึ่งน้ำมันเบรกที่ดี นอกจากจะเป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่ดีอื่นๆ อีกด้วย  
 
 
       1. เป็นตัวหล่อลื่นส่วนต่างๆ ในระบบเบรก ช่วยป้องกันการสึกหรอ
       2. ไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็นโลหะในระบบหรือลูกยางต่างๆ
       3. คงสภาพได้นาน แม้ว่าจะมีผลกระทบจากสิ่งแวดตามล้อมธรรมชาติ เช่นความชื้น
       4. มีจุดเดือดสูงและไม่ระเหยง่าย ทนต่อแรงดันจากแรงเหยียบอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี
      
       จากคุณสมบัติของน้ำมันเบรกดังกล่าว จุดเดือดของน้ำมันเบรกถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากเวลาเหยียบเบรกที่ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก อุณหภูมิที่ผ้าเบรกและจานเบรกจะสูงมาก ความร้อนดังกล่าวจะถ่ายเทมายังน้ำมันเบรกด้วย ถ้าน้ำมันเบรกมีจุดเดือดต่ำก็จะระเหยและกลายเป็นไอ ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังในระบบเบรกได้ จึงทำให้เบรคไม่อยู่ หรือที่เรียกว่าเบรกแตกนั่นเอง
      
       ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรตรวจเช็คระดับของน้ำมันเบรกอยู่เป็นประจำว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากน้ำมันเบรกมากเกินขีดสูงสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีน้ำเข้าไปปนเปื้อน แต่ถ้าน้อยเกินขีดต่ำสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีการรั่วซึมในระบบเบรก หรืออาจเกิดจากผ้าเบรกสึก ซึ่งทั้ง 2 กรณี จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลง ทำให้เกิดอาการเบรกไม่อยู่ได้
      
       นอกจากตรวจระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำแล้ว ยังควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกๆ 1-2 ปี แม้ว่าจะไม่มีการรั่วหรือลดระดับลงก็ตาม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุกะทันหัน เบรกจะยังตอบสนองได้เป็นอย่างดี
       อีกข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำน้ำมันเบรกต่างยี่ห้อ หรือต่างมาตรฐานกันมาใช้งานผสมกัน เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกริยาทางเคมี ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณสมบัติของน้ำมันเบรกเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อ หรือใช้น้ำมันเบรกที่มาตรฐานสูงขึ้น แนะนำให้ทำการล้างระบบเบรกก่อนทำการเปลี่ยนถ่าย
      

ที่มา ปตท.
ขอบคุณข้อมูล http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9530000053882


     


เบรกแตก,แก้ปัญหาเบรก,เบรกรถยนต์
ข้อมูลล่าสุดในหมวด

รู้จักระดับน้ำท่วม ขนาดไหน ที่คุณต้องช่างใจ...เมื่อขับรถ
รู้จักระดับน้ำท่วม ขนาดไหน ที่คุณต้องช่างใจ...เมื่อขับรถ
กลายเป็นกระแสที่ทำให้หลายตื่นตกใจ เกี่ยวกับเรื่องราวของน้ำท่วม ที่วันนี้กำลังจะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร น่าจะภายในวัน 2 วันนี้ และจะเป็นตัววัดว่า ...
กำจัดกลิ่นบุหรี่..ทำยังไงจะปราบได้สำเร็จ
กำจัดกลิ่นบุหรี่..ทำยังไงจะปราบได้สำเร็จ
ถ้าพูดถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นานานับประการแล้ว กลิ่นควันบุหรี่นั้นถือว่าเป็นกลิ่นที่ขึ้นชื่อในอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเรื่องความเหม็นหรือการติดแน่นทนนาน ที่ยากที่จะกำจัดแม้จะเช็ดล้างมามากมายหลากหลายสำนัก
เตรียมตัวเตรียมใจ ...รับมืออย่างไรกับการเรียกคืนรถยนต์
เตรียมตัวเตรียมใจ ...รับมืออย่างไรกับการเรียกคืนรถยนต์
ช่วงนี้ในข่าวสารวงการรถยนต์นั้นคงไม่มีข่าวใด ที่จะหนักหนามาแรงแอบแซงทางโค้งไปมากกว่า ข่าวการเรียกคืนรถยนต์ honda 3 รุ่น จากบริษัทแม่ ...
โจรกรรมรถยนต์...ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด
โจรกรรมรถยนต์...ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด
ถ้าพูดถึงภัยเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ที่เข้ามาหาตัวเราแล้ว ถ้าไม่นับอุบัติเหตุ ก็เห็นทีจะเป็นการโจรกรรมรถยนต์นี่แหละที่สร้างความหวาดผวาได้ไม่เว้นแต่ละวัน แม้หลังนี้การโจรกรรมรถยนต์จะน้อยลง แต่มันก็ยังเป็นภัยที่น่ากลัวอย่างมาก และมันใกล้ตัวกว่าที่เราคิดไว้เยอะ
Wrap หรือ ทำสีรถยนต์ คิดให้ดี ก่อนเสียเงิน
Wrap หรือ ทำสีรถยนต์ คิดให้ดี ก่อนเสียเงิน
ทุกวันนี้วงการรถยนต์เรามีเทคโนโลยีต่างๆที่รุดหน้ามากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่อพูดถึงวงการแต่งรถแล้ว เทรนด์ การเปลี่ยนสีด้วยสติกเกอร์กำลังกลายมาเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่กำลังอยากเปลี่ยนสีให้จี๊ดจ๊าดหรือถูกโฉลกมากยิ่งขึ้น แต่ไม่อยากเสียรถ

 
ผู้เข้าชมมากสุดในหมวด