![]() |
![]() |
![]() |

เช่นเดียวกับโฟล์คเต่าทองอันลือชื่อ ซึ่งเป็นรถรุ่นพี่ โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ หรือโฟล์ค กอล์ฟ Mk1 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดี เริ่มจากปี 1974 จากนั้นก็มีสายการผลิตยาวนานจนกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์สไตล์ตัวถังแฮทช์แบ็กที่ขับเคลื่อนล้อหน้าตัวแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จกว้างขวางทั่วโลก
กอล์ฟไม่ใช่โฟล์ครุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยก่อนหน้านี้พวกเขาใช้เครื่องแบบนี้กับ Dacher/Passat ซึ่งเป็นรถระดับตลาดสูงกว่า ก่อนที่จะหันมาใช้แนวทางเดียวกันกับรถเล็ก


ในสหรัฐ มอร์ริส มินิ ฮอนด้า N360 และเฟียต 128 ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ จนกระทั่งโฟล์ค กอล์ฟ กับ ฮอนด้า ซีวิคได้มาแข่งกันจุดประกายรถขนาดกระเป๋ายุคใหม่ในเมืองลุงแซม ไม่ว่าจะเป็น Dodge Omni, Ford Escord และ Cavalier ในช่วงทศวรรษ 1980 เช่นเดียวกับที่โฟล์คเต่าทองได้จุดประกายให้ชาวอเมริกันผลิตรถอย่าง Ford Falcon และ Corvair ช่วงทศวรรษ 1960 และ Vega กับ Pinto ทศวรรษ 1970
กอล์ฟคือความหวังของโฟล์คสวาเกนในการขึ้นมาทดแทนเต่าทอง ซึ่งเริ่มเดินทางสู่จุดสุดท้าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Type 3 และ Type 4 (fastback และ squareback) ไม่ได้รับความสนใจ ต้องหันไปหา Auto Union ซึ่งได้นำเอาเทคโนโลยีขับเคลื่อนล้อหน้าที่ล้ำหน้าของออดี้มาดัดแปลงใช้ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ และติดตั้งด้านหน้า ผิดกับโฟล์คเต่าทองที่ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศและติดตั้งเครื่องด้านหลัง
รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง มีความจุกระบอกสูบหลายขนาด ทั้งเบนซินและดีเซล
เครื่องยนต์เบนซิน ประกอบด้วย
1.1 ลิตร 49 แรงม้า
1.3 ลิตร 59 แรงม้า
1.5 ลิตร 69 แรงม้า
1.6 ลิตร 74 แรงม้า
1.6 ลิตร 108 แรงม้า (GTI)
1.8 ลิตร 110 แรงม้า (GTI/GLI)
เครื่องยนต์ดีเซล ประกอบด้วย
1.5 ลิตร 49 แรงม้า
1.6 ลิตร 53 แรงม้า
1.6 ลิตร 69 แรงม้า
เลย์เอาต์ตัวถังของโฟล์ค กอล์ฟเป็นแบบกล่อง 2 ใบ มีเหลี่ยมมีคมไม่กลมมนเหมือนเต่าทอง ด้านหลังเป็นแฮทช์แบ็กที่ตั้งชัน ซึ่งอาจจะไม่โดดเด่นหรือแตกต่างจากรถค่ายอื่น เป็นเอกลักษณ์แบบโฟล์คเต่าทอง แต่ก็ได้รับความนิยมที่มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าเพราะมีเนื้อที่ใช้สอยภายในกว้างขวางแม้จะเป็นรถรุ่นเล็กก็ตาม
ข้อมูลโดย http://www.ecareasy.com/show_colum_detail.php?news_id=641&news_colums=3
|