เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอาใจเศรษฐีรักสายลม ส่งอี-คลาส เปิดประทุน สู่ตลาดรถหรูในไทย ชูจุดเด่นรูปลักษณ์ อุปกรณ์ขั้นเทพ ทั้งแผงบังคับทิศทางลม(AIRCAP®) แผงกั้นลม (draught-stop) หลังคาผ้าแบบ 3 ชั้น ระบบป้องเสียงดังจากภายนอก โครงคุ้มกันนิรภัย (roll-over bars) และถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะ (headbags) สนนราคาที่ ,599,000 บาท
|
นาย สเตฟาน เมอบิอุส รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปีแล้วเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ประสบความสำเร็จอย่างมากจนมียอดขายสูงสุดในเซ็กเมนท์เดียวกัน ล่าสุดบริษัทเพิ่มความหลากหลายด้วยการนำอี-คลาส ซีจีไอ BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Cabriolet มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบรถเปิดประทุน และบริษัทมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า เช่นเคย อี-คลาส ซีจีไอ เปิดประทุน มากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ปราดเปรียว แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา สง่างาม ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ไว้อย่างอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิดไดนามิคดีไซน์ เส้นสายรอบตัวรถล้วนสะท้อนถึงความเป็นสปอร์ตที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง พร้อมบุคลิกภาพปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงของโคมไฟหน้า 4 ดวง พร้อมไฟสำหรับการขับขี่ในกลางวัน แบบ LED ตัวถังปราศจากเสากลาง (B-pillar) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถสปอร์ตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส เปิดประทุน มีจุดเด่นที่หลังคาแบบ soft-top ซึ่งผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษและสามารถเปิดปิดได้ภายในเวลา 20 วินาที แม้ในเวลาที่รถวิ่งมาด้วยความเร็วถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
|
|
|
ขุมพลังมากับเครื่องยนต์ ซีจีไอ รุ่นใหม่แถวเรียง 4 สูบ ความจุ 1,796 ซีซี กำลังเครื่องยนต์ 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 310 นิวตันเมตร/ 2,000 - 4,300 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรภายในเวลา 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 13 กิโลเมตรต่อลิตร พละกำลังทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 5 จังหวะ และเพิ่มอรรถรสการขับขี่ให้เร้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์แบบวันทัช (One-touch Shift) นอกจากนี้ E-Class Cabriolet ยังมีค่าสัมประสิทธิเสียดทานเพียง 0.28 ซึ่งต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน อีกทั้ง AIRCAP® หรือแผงบังคับทิศทางลม นวตกรรมล่าสุดที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร โดยขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่แผงบังคับที่ทางลมซึ่งอยู่ด้านบนของกรอบกระจกบังลมหน้า จะทำหน้าที่หันเหกระแสลมให้ลอยข้ามห้องโดยสาร พร้อมกันนี้แผงกั้นลม (draught-stop) ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างพนักพิงศีรษะของเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง จะป้องกันไม่ให้กระแสลมไหลย้อนกลับ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบนี้ นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดหลุมอากาศ (turbulence) ในห้องโดยสารแล้ว ยังช่วยให้การสนทนาระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่สะดุดลงกลางคันเนื่องจากถูกเสียงของกระแสลมรบกวน ทั้งยังส่งผลให้ระดับเสียงภายในห้องโดยสารลดลงถึง 4 เดซิเบล
|
|
ที่สำคัญอี-คลาส เปิดประทุน เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่งที่เงียบที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ซึ่งคุณจะรับรู้ถึงคุณสมบัติพิเศษนี้ได้จากการสนทนาด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านระบบแอนด์ฟรีที่ยังคงได้ยินเสียงของคู่สนทนาอย่างชัดเจนต่อเนื่อง แม้ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ตาข่ายของแผงบังคับทิศทางลมซึ่งผลิตขึ้นจากเส้นใยสังเคราะห์พิเศษ ยังช่วยป้องกันการเกิดสูญญากาศภายในห้องโดยสารอีกด้วย เหนืออื่นใด การทำงานของแผงบังคับทิศทางลมจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่สตาร์ทเครื่องยนต์จนถึงความเร็วที่ระดับ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังคาผ้า หรือ soft top ของอี-คลาส เปิดประทุน เป็นหลังคาทึบแสงที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพิเศษหลายชั้น และมีความหนาถึง 23.5 มม. ชั้นในบุด้วยฉนวนกันความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอก ชั้นนอกสุดเคลือบด้วยสารพิเศษ ป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่าน
|
นอกจากนี้ยังประกอบด้วยระบบอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน รวมถึงโครงคุ้มกันนิรภัย (roll-over bars) ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในพนักพิงศีรษะของเบาะนั่งผู้โดยสารหลัง และจะดีดตัวสูงขึ้นโดยอัตโนมัติในสถานการณ์คับขัน นอกจากนั้นรถเปิดประทุนคันนี้ยังประกอบด้วย headbags ถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะขนาด 17 ลิตร สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ความปลอดภัยล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ และ ยังประกอบด้วยระบบความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับ (ATTENTION ASSIST) ระบบ PRE-SAFE® และระบบไฟอัจฉริยะ (Intelligent Light System) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นอี-คลาส สนนราคาE 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Cabriolet ที่ 5,599,000 บาท |